ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ วัช มิวสิคฟันทูว์ : กีตาร์บรรเลง
แนะนำวิธีเลือกซื้อกีตาร์ พิมพ์

 

 

 

 

 

 

 

แนะนำการเลือกซื้อกีต้าร์ โดย อ. แดง

 

{youtubejw width="600" height="400"}NR_jF11mmqY{/youtubejw}

โดย John Gilberts (สรุปโดย David Schramm)

แปลและเรียบเรียง พร้อมคำแนะนำเพิ่มเติมโดย ครูหยิบ

 

ต้องขอออกตัวก่อนว่าไม่ใช่ผู้ที่เชี่ยวชาญในการเลือกกีต้าร์แต่ประการใด อาศัยประสบการณ์ของคนอื่นๆ ที่เชี่ยวชาญอีกทีหนึ่งในการแปลและเรียบเรียงบทความนี้ อันที่จริงแล้วจากการสังเกตุการณ์ในงานกีต้าร์เฟสติวัลที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีนักเรียนที่ซื้อกีต้าร์ในราคาที่มันแพงกว่าที่ควรจะเป็นอยู่หลายท่าน อาจเป็นเพราะขาดความรู้และประสบการณ์ในการเลือกกีต้าร์ เพราะกีต้าร์ดีๆ ในปัจจุบันมักมีราคาระดับแสนบาทขึ้นไป เสียเงิน

1. Sound (เสียง)  เสียงคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะนี่คือกีต้าร์

วิธีการต่างๆ ในการตรวจสอบเสียงกีต้าร์มีดังนี้:-

นำกีต้าร์ที่เสียงดีๆ ไปด้วย เพื่อเปรียบเทียบ ชวนเพื่อนที่มีหูดีๆ และเล่นกีต้าร์เป็นไปด้วย [จำเป็นมากๆ เพราะกีต้าร์ที่ดีๆ คนฟังจะได้ยินเสียงต่างๆ มากกว่าคนเล่น กีต้าร์ดีๆ บางตัวหากฟังในระยะ 2 – 3 เมตร ไม่มีอะไร หากฟังห่าง 8-10 เมตรขึ้นไปเสียงดีมาก ไม่น่าเชื่อแต่เป็นเรื่องจริง]หากเป็นไปได้ในทดสอบกีต้าร์ในที่โล่งๆ ถ้าหากทำไม่ได้ในทดสอบในห้องที่ใหญ่ที่สุดที่หาได้[ไม่ควรทดสอบกีต้าร์ในห้องแคบๆ หรือเล็กๆ โดยเด็ดขาด]

ด้านต่างๆ ของคุณภาพเสียงทั้งหมด มีดังนี้:-

Timbre คือคุณภาพเสียงของโน้ตแต่ละตัว [กีต้าร์ที่มีอายุมากๆ หรือใช้ไม้หน้าอายุมากๆ มาทำ เสียงจะมีดีกว่า ดังนั้นบางครั้งการตัดสินกีต้าร์ใหม่ๆ ซิงๆ จึงอาจทำได้ยาก]

Balance คือสมดุลระหว่างเสียงแหลมกับเสียงทุ่ม [ที่จริงอธิบายให้ละเอียดคือสมดุลระหว่างโน้ตในสายแต่ละเส้น คือดีดด้วยแรงเท่าๆ กันในคอร์ดเดียวกันจะให้เสียงดังที่ใกล้เคียงกันมาก]

Separation คือการแบ่งแยกเสียงของโน้ตแต่ละตัวในคอร์ดที่เล่น [อันนี้อธิบายเป็นตัวหนังสือยาก กีต้าร์ที่ดีๆ จะมี Separation ที่ชัดเจนมาก ใครมีประสบการณ์จะทราบดี กีต้าร์ใดที่ไม่มี Separation ตั้งแต่แรกมักจะไม่มีหรือเพิ่มขึ้นน้อยมาก ถึงแม้ว่าจะมีอายุมากขึ้นหรือใช้สายยี่ห้อหรือรุ่นอื่นๆ]

Sustain คือความยาวนานของเสียงหลังจากที่ได้ดีดออกไปแล้ว [ยิ่งยาวยิ่งดี อันนี้อาจจะมีขึ้นเมื่อเปลี่ยนสายที่เหมาะกับกีต้าร์หรือเมื่อกีต้าร์มีอายุมากขึ้น]

Loudness and Projection คือความดังและการพุ่งของเสียง [ยิ่งดังยิ่งดี แต่ต้องพุ่งไปข้างหน้าไม่ใช่ดังอยู่รอบๆ ตัวกีต้าร์ กีต้าร์ที่ดีๆ ส่วนใหญ่เสียงจะพุ่งออกไปข้างหน้า ทำให้คนเล่นอาจไม่ได้ยินเสียงดังมากนัก แต่คนฟังได้ยินชัดเจน สังเกตุได้จากการแหวกอากาศของเสียงมันพุ่งมายังตัวคนฟังเลย]

Intonation คือความถูกต้องของโน้ตในตำแหน่งต่างๆ [ยากมากครับที่จะหากีต้าร์ที่ Intonatoin สมบูรณ์จริงๆ]

 

2. Action และ Feel (ความยากง่ายในการเล่น)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Action คือความสูงของสายที่อยู่เหนือเฟ็ตส์และฟิงเกอร์บอร์ด ส่วน Feel เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะอื่นๆ ในเรื่องความยากง่ายในการเล่นที่นอกเหนือจาก action อาทิเช่น ขนาดของคอและรูปร่าง, ช่วงความยาวของสาย (String Length), ระยะห่างระหว่างสาย, ตำแหน่งของสายจากขอบบนและล่างของฟิงเกอร์บอร์ด [กีต้าร์ที่เสียงดีแต่เล่นยากก็ไม่มีประโยชน์ครับ มันเล่นไม่ได้!!!]

 

3. Condition and construction (สภาพและการทำบวกโครงสร้าง)

ถ้าหากเป็นกีต้าร์ใหม่ให้ตรวจสอบการทำว่าละเอียดปราณีตหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นกีต้าร์ใช้แล้ว ให้ตรวจสอบรอยแยก (cracks) ที่ไม้หน้า, ไม้หลัง, ไม้ข้าง, ช่วงต่อระหว่างคอกับตัวกีต้าร์, ช่วงต่อระหว่างหัวกับคอ นอกจากนี้ให้ตรวจสอบชุดตั้งสาย (machine) ว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ใช้งานได้หรือไม่ [อันนี้เป็นความสวยงามภายนอก ต้องดูในเรื่อง ของการฟินนิชชิ่ง ว่าเป็น French Polish หรือ Lacquere หรือ Polyuretrane ด้วย กีต้าร์บางตัวอาจ “สวยแต่รูปจูบไม่หอมก็ได้!!!”]

 

4. Cost (ราคา)

รู้จักคนขายหรือเปล่า ดีแค่ไหน? สอบถามในเรื่องการรับประกัน และให้ลองเลือกดูหลายๆ ร้าน จำไว้ว่ากีต้าร์ราคาแพงที่สุดไม่จำเป็นต้องดีที่สุด ให้คำนึงถึงราคาขายต่อด้วย

 

http://siamguitarra.byethost11.com/chooseguitar.html

 
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่าลายไทย Professional joomla templates
Professional joomla templates by Lonex.